5 เคล็ดลับวิธีดูแลรถหลังขับลุยฝน ฉบับแสนง่าย ที่ใครๆก็อยากอ่าน

นอกจากทัศนวิสัยที่แย่ลงในขณะที่ฝนตกหนักแล้วการขับรถในขณะที่ฝนตก หรือขับลุยน้ำท่วมขังที่เกิดจากฝนตกหนักก็ตาม ผู้ขับขี่มีเรื่องให้ต้องระวังอยู่หลายๆ จุดยกตัวอย่างเช่น ไดสตาร์ท เบรค น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเบรค ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำหลังจากขับรถในช่วงฝนตกที่ผู้ขับขี่ควรกระทำ

ประกัยรถยนต์ที่ไหนดี

5 เคล็ดลับวิธีดูแลรถหลังขับลุยฝน ฉบับแสนง่าย ที่ใครๆก็อยากอ่าน

  • ล้างรถหลังจากที่ฝนหยุดแล้ว หรือเข้าจอดในที่ร่มแล้ว แม้ว่าฝนอาจจะไม่ทำร้ายสีรถได้เท่ากับแสงแดดก็ตาม แต่ในระหว่างรถเปียกน้ำฝนจะมีฝุ่นหรือเศษดินเกาะที่ตัวรถได้ซึ่งจะเป็นที่มาของรอยขีดข่วนเล็กๆ อีกทั้งถ้าขับรถผ่านช่วงเมืองที่เป็นอุตสาหกรรมอาจจะต้องเจอกับฝนกรดอ่อนๆ ซึ่งส่งผลต่อการกัดสีรถได้ การล้างรถนอกจากจะล้างเศษฝุ่นหรือสารที่เป็นกรดแล้วยังเป็นการตรวจสอบใต้ท้องรถว่ามีเศษขยะหรือใบไม้ติดอยู่ใต้ท้องรถหรือไม่ เพราะเศษต่างๆ เหล่านั้นเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ได้
  • ตามปกติโครงสร้างรถยนต์จะมีการป้องกันการรั่วซึมของน้ำจากภายนอกเข้าสู่ในเครื่องยนต์อยู่แล้ว โดยเฉพาะส่วนที่บรรจุน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรคต่างๆ แต่ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสักนิดว่าสีของน้ำมันที่กล่าวมามีสีปกติหรือไม่ ถ้ามีสีเป็นลักษณะสีเหมือนชาเย็นหรือสีอ่อนลง อาจจะเป็นไปได้ว่ามีน้ำเข้าไปปน จำเป็นต้องนำรถเข้าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องดังกล่าว
  • การจอดรถแช่น้ำท่วมหรือวิ่งผ่านน้ำท่วมขัง น้ำอาจจะเข้าไปแทรกตามลูกปืนล้อทำให้ลดประสิทธิภาพการทำงานของจารบีที่เป็นสารหล่อลื่นลดแรงเสียดทานในการหมุนลงได้ ทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานของล้อได้ในภายหลัง
  • ตรวจสอบยางที่บุอยู่รอบๆ ประตูรถซึ่งยางจะช่วยลดเสียงรบกวนที่เข้ามาจากภายนอก และน้ำที่จะรั่วซึมเข้ามา หลังจากขับรถผ่านช่วงฝนตกมาแล้วควรตรวจสอบประสิทธิภาพของยางขอบประตูด้วยว่ามีน้ำขังหรือยังทำงานได้ดีหรือไม่ ควรเปลี่ยนเมื่อยางมีการเสื่อมสภาพ
  • การตรวจประสิทธิภาพการทำงานของไดสตาร์ทรถ วิธีการคือ หลังจากผ่านฝนจนจอดแล้ว ให้ลองสตาร์ทรถ ถ้ารู้สึกว่าสตาร์ทช้าลงอาจจะมีน้ำฝนเข้าไปในไดสตาร์ท ซึ่งสามารถถอดออกมาล้างได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็นำไปให้ทางศูนย์บริการหรือช่างที่เชี่ยวชาญตรวจสอบและล้างทำความสะอาดได้

ที่กล่าวมาเป็นข้อแนะนำสำหรับรถที่ขับฝ่าช่วงฝนตกมา เนื่องจากรถยนต์ประกอบไปด้วยโลหะ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ไม่ควรสัมผัสกับน้ำมากนัก ผู้ขับขี่จึงควรดูแลเครื่องยนต์เป็นพิเศษสักหน่อยเพื่อให้รถยนต์ใช้ได้เป็นระยะเวลานาน และเกิดความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่เอง

ขอบคุณรูปภาพจาก Auto Sanook

Related posts: