ประกันภัยรถยนต์ หมายถึงอะไรกันแน่ ความรู้ประกันเบื้องต้น !

พูดกันแบบบ้านๆเลยนะครับ ประกันภัยรถยนต์ คือ การประกันความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะเกิดจากว่ารถของคนอื่นจะมาชนรถเรา หรือ แม้กระทั่งว่าเรานั่นแหละ เอารถเราไปชนเค้า คือไอ้เจ้า ประกันภัยรถยนต์ จะคุ้มครองเราและร่วมท้องถนนได้ครับ
อ่าวแล้วอย่างงี้ ถ้าเราขับอย่างระมัดระวังเราก็ไม่ต้องทำก็ได้สิ จะไปทำให้เสียเงินเสียทองทำไม? จริงๆจะไม่ทำก็ได้ครับ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ดังคำที่เขาว่า “ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน” ต่อให้เราขับระมัดระวังยังไง เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าคนอื่นเขาจะระมัดระวังเหมือนกับเรา? หรือเราแน่ใจได้อย่างไร ว่าซักวันนึง เราจะไม่เผลอไปชนคนอื่นเข้า การอยู่กับรถยนต์และเครื่องจักร บางทีมันก็เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกครับ จริงไหม ..  ตราบใดที่ยังมี “มนุษย์” หรือ “คน” ควบคุมมันอยู่

ทำไมเราถึงต้องเอาเงินไปจ่ายให้บริษัทประกันภัย

จริง ๆ การประกันภัย มันก็คือการเอาเงินจากหลายๆคนมารวมกัน เพื่อการกระจายความเสี่ยง โดยบริษัทประกันภัยจะเป็นตัวกลางในเรื่องนี้ อาจจะมีการได้ผลกำไรบ้าง เพื่อให้บริษัทดำเนินการอยู่ได้ ดังนั้นเงินที่มารวมกันตรงนี้ก็มากพอ ที่จะจ่ายค่าเสียหายได้ เนื่องจากแน่นอนล่ะ ในแต่ละปีก็ใช่ว่าลูกค้าที่ทำประกันจะเกิดอุบัติเหตุทุกคน (ถ้ามีสถิติว่าทำกับบริษัทนี้แล้วเกิดอุบัติเหตุทุกคน คงแปลกดีนะครับ อย่างน้อยผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่กล้าทำประกันกับที่นี่ ฮ่าๆ)

การทำประกับเป็นเหมือนเกมการเงิน และเกมแห่งโอกาส ในปีๆนึง เราอาจจะไม่ได้ใช้สิทธิ์เลยก็ได้ แต่เมื่อยามเดือดร้อนมา (ซึ่งแน่นอนล่ะ เมื่ออยู่บนท้องถนน อะไรก็เกิดขึ้นได้ แม้เราจะไม่ประมาทเลย) ผมว่าคุณผู้อ่านอาจจะต้องรู้สึกดี และจะต้องขอบคุณตนเองที่ได้ทำประกันรถยนต์เอาไว้ก่อนแน่นอนครับ

ทีนี้เจ้า ประกันภัยรถยนต์ เนี่ยมันจะแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ครับ

1. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (Compulsory Third Party Insurance)
หมายความถึง การประกันภัยรถยนต์ที่ถูกบังคับโดยกฎหมาย เพื่อความคุ้มครองต่อความสูญเสียของชีวิต ร่างกายบุคคล ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีกฎหมายที่เรียกว่า”พระราชบัญญัติ” คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.) เพื่อให้ประชาชน ผู้ประสบภัย ได้รับความคุ้มครอง และการชดใช้ค่าเสียหายที่แน่นอน รวดเร็ว และเป็นธรรม

2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance)
หมายความถึง การประกันภัยที่เกิดขึ้น โดยความสมัครใจของ เจ้าของรถยนต์  ผู้ครอบครองรถยนต์หรือผู้ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับโดยกฎหมาย โดย การประกันภัยรถยนต์ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดประกันภัยในปัจจุบันนี้เป็นการ ประกันภัยภาคสมัครใจ นั่นเองครับ

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ แบ่งออกเป็น 2 แบบ

1. กรมธรรม์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ( Un-Named Driver ) เป็นกรมธรรม์แบบเดิมที่
คุ้มครองผู้ขับขี่คนใดก็ได้ที่ผู้เอาประกันภัย ยินยอมให้ขับขี่เสมือนหนึ่งเป็น ผู้เอาประกันภัย

2. กรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ( Named Driver ) เป็นกรมธรรม์แบบใหม่ที่นำเอาอายุ
ผู้ขับขี่มาเป็นองค์ประกอบในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และคุ้มครองแต่ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้นของอุบัติเหตุแต่ละครั้งด้วย กรมธรรม์แบบนี้ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ใช้รถส่วนบุคคล และสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้ ไม่เกิน 2 คน

ประกันภัยรถยนต์ มีความคุ้มครองให้เลือก 5 ประเภท คือ

ประกันภัยรถยนต์ประเภท1 (ประกันภัยรถยนต์ชั้น1)
สำหรับการประกันภัยรถยนต์แบบนี้จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด คือ
⦁ ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
⦁ ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
⦁ ความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
⦁ ความเสียหายต่อตัวรถยนต์เนื่องจากไฟไหม้ และการสูญหาย

ประกันภัยรถยนต์ประเภท2 (ประกันภัยรถยนต์ชั้น2)
ผู้เอาประกันภัยประเภทนี้ จะได้รับความคุ้มครอง ที่น้อยลงมากว่าแบบแรกหน่อย คือ
⦁ ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
⦁ ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
⦁ ความเสียหายต่อตัวรถยนต์เนื่องจากไฟไหม้ และการสูญหาย

ประกันภัยรถยนต์ประเภท3 (ประกันภัยรถยนต์ชั้น3)
ซึ่งเป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ดังนี้
• ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
• ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

ประกันภัยรถยนต์ประเภท4
ซึ่งเป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินบุคคลภายนอกอย่างเดียวครับ
⦁ ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท/ครั้ง
ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 5 (2 พลัส, 3 พลัส)
ผู้เอาประกันภัยประเภทนี้ จะได้รับความคุ้มครอง
⦁ ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
⦁ ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
⦁ ความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย แต่ต้องแจ้งคู่กรณีได้เท่านั้น
⦁ ความเสียหายต่อตัวรถยนต์เนื่องจากไฟไหม้ และการสูญหาย

สรุป
ประกันภัยรถยนต์ นั้นคือ การประกันความเสียหายที่เกิดจากการใช้รถยนต์ โดยที่ประกันภัยรถยนต์นั้นจะแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือแบบ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. และอีกแบบ ซึ่งเป็นแบบใหม่คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือการประกันภัยที่เกิดขึ้น โดยความสมัครใจของ เจ้าของรถยนต์  ผู้ครอบครองรถยนต์หรือผู้ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับโดยกฎหมาย
สำหรับการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ นี้แหละครับ ที่แบ่งออกเป็น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 – 5 ตามที่เราเคยได้ยินกันมา แต่ภาษาแบบเป็นทางการเขาจะเรียกเป็น “ประเภท” แต่ที่เราคุ้นเคยก็คือคำว่า “ชั้น” นั่นแหละครับ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษเขาก็จะใช้คำว่า Class เพื่อแบ่งแยกประเภทออกไป ดังนั้น การที่เราจะเรียกว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 แทนที่จะเป็น ประกันรถยนต์ประเภท1 แบบนี้ก็ใช้ได้ครับ และดูจะเรียกสั้นกว่าและดูไม่เป็นทางการเกินไปด้วยครับ

ขอบคุณมากเลยนะครับ แหล่งอ้างอิง https://www.carinsurance-blog.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *